หากคุณกำลังมองหาระบบโซลาร์เซลล์ที่ให้พลังงานสูงสุดในทุกแผง ปลอดภัย และรองรับอนาคตได้อย่างยั่งยืน SolarEdge คือคำตอบที่เหมาะที่สุดสำหรับบ้านและธุรกิจของคุณ
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ SolarEdge เหนือกว่าระบบโซลาร์ทั่วไป คือการใช้ Power Optimizer ที่ติดตั้งอยู่หลังแผงทุกแผง
มี MPPT แยกต่อแผง คำนวณค่ากระแสและแรงดันที่เหมาะสมที่สุดแบบรายแผง
หากแผงใดมีปัญหา จะไม่ส่งผลต่อแผงอื่น
แตกต่างจากระบบทั่วไปที่ใช้ MPPT ร่วมกัน ซึ่งหากแผงใดเสื่อม ประสิทธิภาพทั้งระบบจะลดลง
ผลลัพธ์:
SolarEdge ให้พลังงานมากกว่าระบบสตริงอินเวอร์เตอร์ทั่วไปประมาณ 5–7% โดยเฉพาะในช่วงปีที่ 5–10 เมื่อแผงเริ่มเสื่อมสภาพ
อินเวอร์เตอร์ของ SolarEdge ออกแบบให้ทำงานที่แรงดันคงที่ตลอดเวลา ทำให้การแปลงไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง
ประสิทธิภาพสูงถึง 99.2% (รุ่น 5kW 1-phase)
ลดการสูญเสียพลังงานระหว่างการแปลงไฟ
SolarEdge ช่วยให้คุณสามารถเพิ่มจำนวนแผงในภายหลังได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้แผงรุ่นเดียวกันกับของเดิม
เหมาะสำหรับบ้านหรือธุรกิจที่วางแผนขยายระบบในอนาคต
ระบบ SolarEdge มาพร้อมเทคโนโลยี SafeDC และ Rapid Shutdown (RSD) เพื่อป้องกันอันตรายจากแรงดันสูงบนหลังคา
ตัวอย่าง:
ในระบบขนาด 10kW ที่มี 18 แผง หากไฟดับหรือปิดระบบ แผงทั่วไปยังคงผลิตไฟได้สูงถึง 900V ซึ่งเป็นแรงดันที่อันตราย
แต่ในระบบ SolarEdge เมื่อเกิดการปิดระบบ แรงดันจะลดเหลือเพียง 18V ภายใน 30 วินาที เท่านั้น
จึงปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและช่างซ่อมบำรุงอย่างมาก
SolarEdge มาพร้อมระบบ Monitoring Platform ที่ช่วยให้เจ้าของบ้านหรือธุรกิจสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างละเอียด
ดูสถานะการทำงานแบบรายแผง
ตรวจจับแผงที่เสียหรือร้อนผิดปกติได้ทันที
แสดงอุณหภูมิรายแผง (ในบางรุ่น)
ด้านความปลอดภัยข้อมูล SolarEdge มีระบบป้องกันระดับสูง
มีทีมทดสอบเจาะระบบเป็นประจำทุกปี
ข้อมูลลูกค้าไม่เคยถูกเจาะหรือรั่วไหล
บ้านที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด
อาคารหรือโรงงานที่มีเงาบังบางส่วน
ผู้ที่วางแผนขยายระบบในอนาคต
ผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย
ธุรกิจที่ต้องการระบบมอนิเตอร์แบบมืออาชีพ
| หัวข้อ | SolarEdge | อินเวอร์เตอร์ทั่วไป |
|---|---|---|
| MPPT แยกแผง | ✔ | ✘ (ค่าเฉลี่ย) |
| เพิ่มแผงต่างรุ่นได้ | ✔ | ✘ |
| ความปลอดภัยแรงดัน | ✔ SafeDC + RSD | ✘ |
| มอนิเตอร์รายแผง | ✔ | ✘ |
| ประสิทธิภาพระยะยาว | สูงกว่า 5–7% | ลดลงเมื่อแผงเสื่อม |
1. Power Optimizer คืออะไร และจำเป็นไหม?
Power Optimizer คืออุปกรณ์ที่ติดหลังแผงแต่ละแผง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าให้สูงสุดแบบรายแผง จึงช่วยให้ระบบทำงานเต็มประสิทธิภาพแม้บางแผงมีเงาบังหรือเสื่อมสภาพ
2. SolarEdge ประหยัดไฟได้มากแค่ไหน?
โดยเฉลี่ย SolarEdge สามารถผลิตไฟได้มากกว่าระบบทั่วไป 5–7% ต่อปี และให้ประสิทธิภาพคงที่ในระยะยาว
3. ถ้ามีแผงเสีย ต้องเปลี่ยนทั้งระบบไหม?
ไม่จำเป็น เพราะแต่ละแผงมี Power Optimizer แยก ทำให้สามารถเปลี่ยนหรือซ่อมเฉพาะแผงที่มีปัญหาได้ทันที
4. ระบบปลอดภัยจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือไม่?
ปลอดภัยแน่นอน เพราะ SolarEdge มีเทคโนโลยี SafeDC และ Rapid Shutdown ที่ลดแรงดันลงอัตโนมัติภายในไม่กี่วินาทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
5. สามารถขยายระบบในอนาคตได้ไหม?
ได้แน่นอน SolarEdge ออกแบบมาให้สามารถเพิ่มแผงใหม่ต่างรุ่นได้โดยไม่กระทบกับระบบเดิม
6. ต้องดูแลบำรุงรักษายังไง?
ระบบ SolarEdge ต้องการการดูแลเพียงเล็กน้อย สามารถตรวจสอบสถานะและประสิทธิภาพผ่านแอปมอนิเตอร์ได้ทุกเวลา
7. SolarEdge เหมาะกับใครที่สุด?
เหมาะกับทั้งบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน และโรงงานที่ต้องการระบบโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และคุ้มค่าระยะยาว
SolarEdge คือระบบโซลาร์เซลล์อัจฉริยะที่รวมเทคโนโลยี Power Optimizer, SafeDC, และระบบมอนิเตอร์รายแผงไว้ในหนึ่งเดียว ช่วยให้คุณได้พลังงานสูงสุดจากทุกแผง ปลอดภัยทุกสถานการณ์ และพร้อมรองรับการขยายระบบในอนาคตอย่างสมบูรณ์แบบ
SUNNERGY